Get Adobe Flash player
>>> ยิ่งใช้ ยิ่งได้ <<< รับคะแนนสะสมทุกการใช้จ่าย ในการพักผ่อน
ส่วนลด สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำ เมืองพัทยา
ส่วนลด สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำ เมืองพัทยา
ส่วนลด สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำ เมืองเชียงใหม่
ส่วนลด ล่องเรือเจ้าพระยา พร้อมดินเนอร์แบบบุฟเฟต์
ส่วนลด โรงแรม & รีสอร์ท ทั่วประเทศไทย
Hot Promotions of the monthly
 

นครนายก เมืองในฝันที่ใกล้กรุง
ภูเขางาม น้ำตกสวย รวยธรรมชาติ ปราศจากมลพิษ

 
   
   ข้อมูลทั่วไป   
 

นครนายกเป็นเมืองที่มีขนาดไม่ใหญ่ เงียบสงบ เหมาะกับการอยู่อาศัยและท่องเที่ยวพักผ่อน เป็นเมืองในฝันใกล้กรุงซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย

ทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม รวมถึงมีกิจกรรมที่สามารถทำได้ทั้งครอบครัว  ถ้าจะบอกว่าเป็นเมืองแห่งความสุขก็ไม่ผิดนัก

 
 

นครนายกเป็นจังหวัดในภาคกลาง สันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองโบราณสมัยทวาราวดี มีหลักฐานแนวกำแพง เนินดิน และสันคู อยู่ที่ตำบลดงละคร

จังหวัดนครนายกเดิมชื่อบ้านนา ปรากฎหลักฐานในสมัยกรุงอยุธยาว่าเป็นเมืองหน้าด่านทางทิศตะวันออก ในสมัยพระเจ้าอู่ทองแห่งกรุงศรีอยุธยา ดินแดนของนครนายกเป็นป่ารกชัฏ ทำการเพาะปลูกไม่ค่อยได้ผล มีไข้ป่าชุกชุม ผู้คนจึงพากันอพยพไปอยู่ที่อื่นจนเมืองกลายเป็นเมืองร้าง

ต่อมาพระมหากษัตริย์ทรงทราบความเดือดร้อนของชาวเมือง จึงโปรดให้ยกเลิกภาษีค่านา เพื่อจูงใจให้ชาวเมืองอยู่ที่เดิม ทำให้มีผู้คนอพยพมาอยู่เพิ่มมากขึ้นจนเป็นชุมชนใหญ่ และเรียกเมืองนี้กันติดปากว่าเมืองนา-ยก ภายหลังกลายเป็นนครนายกจนทุกวันนี้

ในปี พ.ศ.2437 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงจัดลักษณะการปกครองโดยแบ่งเป็นมณฑล นครนายกได้เข้าไปอยู่ในเขตมณฑลปราจีนบุรี จนเมื่อ พ.ศ. 2445 ทรงเลิกธรรมเนียมการมีเจ้าครองเมือง และให้มีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นแทน และในช่วง พ.ศ. 2486-2489 นครนายกได้ถูกโอนไปรวมกับจังหวัดปราจีนบุรีและสระบุรี หลังจากนั้นจึงแยกเป็นจังหวัดอิสระ

จังหวัดนครนายกมีเนื้อที่ประมาณ 2,122 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1,326,250 ไร่ สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบอยู่ในหุบเขาตอนเหนือ ทางตะวันออกเป็นเนินสูงและป่าเขาติดต่อกับเขาดงพญาเย็น ส่วนทางตอนกลางและตอนใต้เป็นที่ราบลุ่ม ภูเขาที่สำคัญ คือ เขาใหญ่ เขาเขียว เขาชะโงก และเขานางรอง เป็นต้น ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง

จังหวัดนครนายกแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครนายก อำเภอบ้านนา อำเภอองครักษ์ และอำเภอปากพลี

 
 

ทิปส์ท่องเที่ยว

มาเที่ยวนครนายกทั้งทีควรลองล่องแก่งด้วยเรือคายัค ที่มีทั้งแบบ 1 และ 2 คน สนุกตื่นเต้นกว่าการนั่งเรือยางการโรยตัวลงจากหน้าผาน้ำตกธารรัตนาก็สร้างความเร้าใจในแบบที่ไม่คาดฝัน ใช้เวลา 1 วัน ติดต่อสอบถามได้ที่สาริกา แอดเวนเจอร์พ้อยท์สนุกบนทางราบด้วยการขับรถเอทีวีและจักรยานเสือภูเขา

หลายรีสอร์ตมีเส้นทางขับเทีวีและขี่เสือภูเขาแบบสบายๆ ไม่โหดมาก เหมาะกับทุกเพศทุกวัยให้เลือก

กิจกรรมใหม่ที่น่าสนใจคือการนั่งเรือเที่ยวทะเลสาบเหนือเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งจะได้พบทัศนียภาพแปลกตาไปจากที่เคยเห็น

 
 

ที่พัก

จังหวัดนครนายกมีโรงแรมหลายระดับ รวมทั้งยังมีรีสอร์ตมากมายตามแหล่งท่องเที่ยวเด่นๆ แถวทางไปน้ำตกนางรอง วังตะไคร้ ราคาห้องพักเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและที่ตั้ง

สถานที่ท่องเที่ยว

จังหวัดนครนายกมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ การผจญภัย และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น เมืองลับแล สวนไม้ดอก สวนผลไม้ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ น้ำตกนางรอง น้ำตกสาริกา วังตะไคร้ เขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนคลองท่าด่าน) ฯลฯ

กิจกรรมท่องเที่ยว

มีกิจกรรมท่องเที่ยวโดดเด่นคือการล่องแก่งด้วยเรือยางและเรือคายัค ที่นครนายกถือว่าเป็นศูนย์กลางการเล่นเรือคายัคของประเทศไทย ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์มักจะมีนักท่องเที่ยวนำเรือคายัคมาล่องแก่งกัน ตลอดสองข้างทางไปน้ำตกนางรองจะมีผู้ประกอบการให้เช่าเรือยางและเรือคายัคเพื่อล่องแม่น้ำนครนายก ซึ่งปัจจุบันสามารถล่องแก่งได้ตลอดทั้งปี เพราะได้น้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลปล่อยลงมา

กิจกรรมปั่นจักรยาน ขับเอทีวี ก็ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีความสนุกอีกอย่าง คือ การโรยตัวจากหน้าผาน้ำตก เช่น โรยตัวที่เขาหล่น โรยตัวที่น้ำตกธารรัตนา ฯลฯ

อาหารและเครื่องดื่ม

นครนายกมีของกินหลากหลาย ถ้าจะกินเส้น เช่น ก๋วยเตี๋ยวเป็ดก็ต้องร้านคานทอง ใกล้สี่แยกไฟแดง ริมถนนสุวรรณศร ก๋วยเตี๋ยวต้องธัญรส 8 ใกล้สี่แยกไฟแดง กวยจั๊บน้ำข้น อยู่ตรงข้ามโชว์รูมมิตซูบิชิ ข้างซอยวัดเกาะกระชาย

ส่วนใครอยากรู้ว่าขาหมูหม่านโถวอร่อยที่สุดในโลกเป็นอย่างไร ต้องไปร้านประนอม ก่อนถึงวัดเกาะหวาย ทางไปจังหวัดปราจีนบุรี เส้นทางสายนี้มีร้านสุกี้ศรีไพรที่ไม่ควรพลาด อยู่ริมถนนสุวรรณศร ตรงข้ามธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาปากพลี

สำหรับเส้นทางไปน้ำตกนางรอง วังตะไคร้ มีร้านอาหารมากมาย โดยเฉพาะไก่ย่าง ส้มตำ ลองไปชิมไก่ย่างป้าตุ๊กและไก่ย่างลุงเหงี่ยม ริมทางไปวังตะไคร้ ส่วนร้านอาหารทั่วไป ลองแวะร้านครัวมะนาว ร้านนี้อาหารรสชาติอร่อย ตอนกลางคืนมีดนตรีสดให้ฟังด้วย

สำหรับสถานบันเทิงแนวไนต์ไลฟ์นั้น ในตัวเมืองนครนายกมีผับหลายแห่งเปิดให้บริการ รวมทั้งในโรงแรม รีสอร์ตส่วนใหญ่ ก็มีผับ บาร์ ที่น่าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ในยามค่ำคืน

ช้อปปิ้ง

สินค้าและของที่ระลึกจากจังหวัดนครนายกมีทั้งของกิน ของใช้ และพืชผักผลไม้ เช่น มะปรางหวาน ส้มโอ ทุเรียน ส้มเขียวหวาน หน่อไม้หวาน ขนมเปี๊ยะอำเภอบ้านนา ฯลฯ

ส่วนสินค้าประเภทศิลปหัตถกรรม ที่เป็นที่แพร่หลาย คือ ผลิตภัณฑ์หินอ่อน ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ ไม้กวาด พรมทอจากเศษผ้า ผลิตภัณฑ์จากดินเผา เป็นต้น

 
  ที่เที่ยว สุดสโลว์ไลฟ์ สไตล์ นครนายก ....  
 

น้ำตกนางรอง

น้ำตก

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

แค่เพียงแรกเห็นความชุ่มฉ่ำของน้ำตกนางรองจะรู้สึกได้ทันทีถึงบรรยากาศแสนรื่นรมย์ของที่นี่ แม้เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทว่าน้ำตกนางรองกลับไม่เป็นรองใคร ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าอันเป็นแหล่งออกซิเจนบริสุทธิ์ชั้นดีที่ช่วยให้ผ่อนคลายในวันพักผ่อนได้เป็น

อย่างดี หลายคนจึงชวนกันมานั่งพักผ่อนหย่อนใจริมน้ำตกบ้างก็นั่งปิกนิก ที่นึกสนุกหน่อยก็ชวนกันลงเล่นน้ำจนเปียกโชกไปทั้งตัว ส่วนคนที่อยากออกกำลังขา สามารถเดินไปชมน้ำตกในมุมสวยได้จากจุดชมวิวและก่อนไปสัมผัสความรื่นรมย์ของสายน้ำแห่งนี้ อย่าลืมแวะสักการะฤาษีลับแลกับฤาษีกัตปะที่อยู่ในอาศรมก่อนถึงตัวน้ำตกนั่นเอง

รู้ก่อนเที่ยว

• การเข้าชมน้ำตกนางรอง ต้องเสียค่าบำรุงสถานที่ดังนี้ รถยนต์โดยสาร (รวมบุคคล) 150 บาท รถยนต์เล็ก (รวมบุคคล) 50 บาท รถตู้ (รวมบุคคล) 100 บาท รถจักรยานยนต์ 10 บาท บุคคลคนละ 5 บาท

• บริเวณน้ำตกนางรองมีบ้านพัก ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ บริการ

• มีบริการลานจอดรถให้เลือกอยู่หลายแห่ง

 
 

น้ำตกลานรัก

น้ำตก

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

 
   
 

เพราะคู่หนุ่มสาวนิยมมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจไปกับสายน้ำตกแห่งนี้ จากชื่อเดิมคือน้ำตกตาดหินกองหลายคนจึงพากันเรียกเสียใหม่ให้เป็น “น้ำตกลานรัก” โดยเสน่ห์ที่น้ำตกสายนี้มัดใจนักเดินทางทุกคนให้ตกหลุมรักมาจากความสวยงามของสายธารขนาดเล็กไหลผ่านลานหิน และช่วงสุดท้ายยังพุ่งเป็นทางยาวผ่านลานหินกว้างเลียบเชิงเขาเตี้ยๆ ดูสวยงามแปลกตากว่าน้ำตกสายอื่น นอกจากความเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศชื่นใจของสายน้ำตกยังจะได้ตื่นตากับฝูงแมลงปอและผีเสื้อหลากสายพันธุ์บินวนเวียนทั่วบริเวณ ใครที่รักการถ่ายภาพแมลงปีกสวยคงสนุกกับน้ำตกสายนี้อยู่ไม่น้อยรู้ก่อนเที่ยว• น้ำตกแห่งนี้มีน้ำเฉพาะช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะเดือน กันยายน - พฤศจิกายน เป็นช่วงที่มีน้ำมากที่สุด ส่วนฤดูแล้งนั้นมีปริมาณน้ำน้อยมาก• ด้านหน้าทางเข้าน้ำตกมีลานจอดรถยนต์และร้านอาหารบริการ• มีบริการที่พักแบบโฮมสเตย์ในบรรยากาศใกล้ชิดสายน้ำและธรรมชาติ

^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

 
 

น้ำตกกะอาง

น้ำตก

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

 
   
 

พักผ่อนริมสายน้ำตกที่ยังคงความเป็นธรรมชาติงามบริสุทธิ์แม้น้ำตกกะอางเป็นน้ำตกขนาดเล็ก แต่ก็มีลานหินกว้างเหมาะกับนั่งปิกนิกหรือทอดเวลาเพลินตาไปกับสายน้ำสีขาวไหลผ่านตามช่องหินท่ามกลางความเขียวครึ้มของผืนป่าแวดล้อม โดยระหว่างเดือนกันยายน - ตุลาคมอันเป็นช่วงฤดูฝนนั้น เหมาะที่สุดสำหรับการไปเยี่ยมชมน้ำตกกะอาง ด้วยความชุ่มฉ่ำและสดชื่นที่ระบายในทุกอณูอากาศเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเติมออกซิเจนจนเต็มปอด ว่ากันว่าน้ำตกสายนี้มีชื่อเดิมว่าน้ำตกงูจงอาง เพราะเป็นแหล่งที่มีงูจงอางอาศัยชุกชุมจนชาวบ้านพากัน เข็ดขยาดไม่กล้าเข้ามาในบริเวณนี้ แต่ต่อมาได้มีการตัดถนนสร้างเส้นทางขึ้นสู่น้ำตกได้อย่างสะดวกง่ายดายขึ้น จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นน้ำตกกะอางและกลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของนครนายกในปัจจุบัน นอกจากนี้ ที่นี่ยังอยู่ใกล้กับสถานีเพาะชำกล้าไม้ที่สามารถเดินเข้าไปชมพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่น่าสนใจภายในนั้นได้และไม่ไกลกันนักยังเป็นที่ตั้งของวัดศรีกะอาง ที่ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิบนเนินเขาและเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปกราบสักการะเพื่อเสริมสิริมงคล

รู้ก่อนเที่ยว

• น้ำตกกะอางยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ รวมถึงร้านค้าบริการ

• หากนำขวดน้ำดื่มหรืออาหารขึ้นไปเพื่อปิกนิกใกล้ชิดน้ำตก ควรรักษาความสะอาดของสภาพแวดล้อมด้วยการนำขยะที่เหลือเหล่านั้นทิ้งลงถังขยะที่เหมาะสม

• ทางขึ้นวัดศรีกะอางค่อนข้างลื่นและลาดชัน ไม่ควรใช้พาหนะใดๆ การเดินเท้าขึ้นไปคือตัวเลือกที่ดีที่สุด

^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

 
 

น้ำตกลานรักหรือน้ำตกตาดหินกอง

น้ำตก

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

 
   
 

ตั้งอยู่ในตำบลสาริกา ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกสาริกาและน้ำตกนางรอง โดยเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกประชาเกษมบริเวณกิโลเมตรที่ เข้าไป กิโลเมตรก็จะถึงบริเวณตัวน้ำตกซึ่งเกิดจากสายธารเล็ก ๆ ไหลผ่านลานหินในช่วงสุดท้ายและไหลพุ่งเป็นทางยาวผ่านที่กว้างเลียบตรงเชิงเขาเตี้ย ๆ ดูแปลกตาไปจากน้ำตกแห่งอื่น น้ำตกลานรักมีน้ำเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายนจะมีน้ำมากที่สุดเหมาะที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว

^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

 
 

น้ำตกวังม่วง

น้ำตก

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

แม้เป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ความน่าดึงดูดใจของน้ำตกวังม่วงคือความงดงามของสายน้ำสีขาวของธารน้ำตกที่หลากไหลไต่ระดับลงมาลัดเลาะผ่านซอกหินลงไปสู่แอ่งรับน้ำด้านล่างสุดบริเวณนี้ นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัยหรือใครอยากปิกนิกกลางธรรมชาติ สามารถนำเสื่อมาปูนั่งชมวิวริมน้ำตกที่แวดล้อมด้วยความบริสุทธิ์ของขุนเขาเขียวขจีที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ได้อย่างสบายอารมณ์ด้วยเช่นกัน

รู้ก่อนเที่ยว

• ฤดูฝนเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวน้ำตกวังม่วงมากที่สุด เนื่องจากมีปริมาณน้ำมาก สามารถลงเล่นน้ำตกได้

• สามารถขับรถยนต์เข้าไปถึงตัวน้ำตก จากนั้นเดินทางขึ้นไปตามบันไดปูนประมาณ 260 ขั้น เพื่อชมทัศนียภาพของน้ำตกสายนี้

• มีบริการร้านจำหน่ายอาหาร เฉพาะในวันเสาร์และวันอาทิตย์

 

^^^^^^^^^^^^^^

^^^^^^^^^^^^^^

^^^^^^^^^^^^^^^

^^^^^^^^^^^^^^^^^

 
     

น้ำตกสาริกา

น้ำตก

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

ความสวยงามของน้ำตกสาริกาที่มัดใจผู้มาเยือนให้หวนกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า คือภาพของสายน้ำทิ้งตัว หล่นลงมาจากหน้าผาเป็นทอดๆ ที่สูงถึง 9 ชั้น โดยหน้าผาที่สูงที่สุดนั้นสูงราวๆ 200 เมตร นอกจากนี้น้ำตก ในแต่ละชั้นยังมีแอ่งน้ำที่ทุกคนสามารถลงไปเล่นน้ำได้ น้ำตกสาริกาจะมีปริมาณน้ำมากในฤดูฝน ส่วนในฤดูแล้งมีน้ำค่อนข้างน้อยจึงไม่เหมาะกับการท่องเที่ยวเท่าไหร่นัก

รู้ก่อนเที่ยว

• บริเวณด้านล่างของน้ำตกมีร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกและห้องอาบน้ำบริการ

• ค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท และเด็ก 100 บาท

 

^^^^^^^^^^^^^^

^^^^^^^^^^^^^^

^^^^^^^^^^^^^^^

^^^^^^^^^^^^^^^^^

 
   

น้ำตกเหวนรก

น้ำตก

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

ความยิ่งใหญ่ของน้ำตกเหวนรกไม่เพียงเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เท่านั้น หากยังครองแชมป์น้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคกลางมาการันตีถึงขนาดอันใหญ่ยิ่งของน้ำตกสายนี้ ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มากมายเพื่อรอชมฉากไฮไลต์สุดอลังการของสายน้ำสีขาว อันเกิดจากลำธารหลากสายหลากไหลมารวมกัน เมื่อมาถึงหน้าผาก็ทิ้งตัวลงสู่เบื้องล่างตั้งฉากกับพื้นดิน 90 องศาบันดาลให้เกิดเสียงดังกึกก้องพร้อมๆกับละอองน้ำฟุ้งกระจายตลบอบอวลอยู่ในทุกอณูอากาศบริเวณนั้น น้ำตกเหวนรกมีลักษณะเป็นน้ำตก 3 ชั้น โดยน้ำตกชั้นแรกที่มีความสูง 50 เมตรนั้นต้องอาศัยการเดินเท้าเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร และไต่บันไดเหล็กลงไปสู่จุดชมวิวในระยะทางอีก 200 เมตรที่ทางอุทยานฯ ได้จัดทำขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกต่อนักท่องเที่ยว สำหรับชั้นที่ 2 และ 3 นั้นอยู่สูงขึ้นไปซึ่งมีความสูงรวมกันถึง 150 เมตร แต่บริเวณดังกล่าวยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เนื่องจากสภาพป่ายังคงความอุดมสมบูรณ์สูงและเป็นพื้นที่หากินของสัตว์ป่ามากมาย

รู้ก่อนเที่ยว

• หากต้องการชมน้ำตกชั้นที่ 2 และ 3  ควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำทางเพื่อความปลอดภัย

• สำหรับการชมทัศนียภาพของน้ำตกชั้นที่ และ 3  ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือระหว่างเดือนกันยายน - ตุลาคม ซึ่งมีปริมาณน้ำมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00 น. จะได้เห็นภาพของแสงอาทิตย์สาดกระทบละอองน้ำเกิดเป็นภาพสายรุ้งงดงาม

^^^^^^^^^^^^^^

^^^^^^^^^^^^^^

^^^^^^^^^^^^^^^

^^^^^^^^^^^^^^^^^

 
  ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระบรมรูปรัชกาลที่ 8 (วัดนางรอง)  

พระบรมรูปรัชกาลที่ 8

(วัดนางรอง)

แลนด์มาร์กและอนุสรณ์สถาน

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

แม้เป็นวัดขนาดเล็กที่มีบรรยากาศสงบเงียบ ทว่าวัดนางรองถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของนครนายก ด้วยเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ขนาดเท่าพระองค์จริงซึ่งครั้งหนึ่งสมเด็จย่าได้สร้างขึ้นแล้วนำมาถวายที่วัดนี้เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ.2514 และปัจจุบันได้มีการสร้างมณฑปทรงยุโรปหลังคาแปดเปลี่ยมครอบไว้เพื่อความสวยงาม โดยพระบรมรูปนี้เป็นหนึ่งในสี่องค์ที่มีอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น นอกจากวัดสุทัศน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลอานันท์คุณสามารถพบได้ที่วัดนางรองแห่งนี้นั่นเอง นอกจากนี้ภายในวัดยังมีจุดชมทัศนียภาพ ชั้นบนวิหารระฆัง สูงเหนือพื้นดิน 18 เมตรที่เผยให้เห็นวิวสุดตระการตาของเขื่อนขุนด่านปราการชลที่งดงามยิ่งและก่อนจากอย่าลืมสักการะพระศิวลี พระสังกัจจายน์ ศาลปลัดจ่าง (อดีตปลัดอำเภอ) เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต

 
   
 

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านปากพลี

พิพิธภัณฑ์

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

แทบไม่น่าเชื่อว่าตำบลปากพลีคือแหล่งโบราณคดีสำคัญของจังหวัด เมื่อมีการขุดค้นพบวัตถุโบราณจำนวนมาก ดังเช่นภาชนะสำริด กำไลสำริด เครื่องปั้นดินเผา ซึ่งนักโบราณคดีสันนิษฐานว่ามีอายุระหว่าง 2,700 ถึง 3,000 ปี เลยทีเดียว และนี่เองคือที่มาของการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านปากพลีขึ้นเพื่อเก็บรวบรวมอดีตเหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์น้อม งามนิสัย คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และกรมศิลปากร ได้ร่วมมือกันก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เมื่อปีพ.ศ.2539 และภายในมีการจัดหมวดหมู่ของวัตถุโบราณที่จัดแสดงไว้ได้อย่างน่าสนใจ

ไฮไลต์น่าชม

• วัตถุโบราณที่ค้นพบในท้องถิ่น เช่น เครื่องมือหินกะเทาะ เครื่องมือหินขัด ลูกปัดอาเกต-คาร์นีเลียน เครื่องมือเหล็ก ตะกรันเหล็ก กำไลหินเขียว

• วัตถุโบราณสมัยทวารวดี เช่น ต่างหูทอง ลูกปัดทอง พวยกา ตะคันดิน แวดินเผา (อุปกรณ์สำหรับทอผ้ายุคก่อนประวัติศาสตร์)

• เครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์สุ้ง ซึ่งขุดค้นพบที่แหล่งโคกกระโดน

• วัตถุโบราณจากแหล่งอื่นๆ อาทิ ลูกปัดทรงกระบอกยาวสีเขียวเข้มเกือบดำ หรือ “ตะกรุดอาเกต” จากบ้านเชียง อุดรธานี เปลือกหอยทะเลจากปราจีนบุรี

• ข้าวของเครื่องใช้ร่วมสมัย เช่น เครื่องมือทอผ้า เครื่องใช้พื้นบ้าน ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์

• พระพุทธรูปขนาดเล็กทั้งที่เป็นศิลปะเขมร ศิลปะเชียงแสน ศิลปะชวา

 
 

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทยพวนวัดฝั่งคลอง

พิพิธภัณฑ์

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

 
   
 

         เรียนรู้วิถีชีวิตที่งดงามผ่านศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนอันเป็นเป้าหมายสำคัญในการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งนี้ขึ้นมาที่นี่เป็นสถานที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของชาวไทยพวนหรือชาวไทยเชื้อสายจีนที่อพยพมาจากมณฑลยูนนานเข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทยสมัยอดีตกว่า 200 ปีมาแล้ว ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ได้สะท้อนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาได้เราได้ศึกษาไม่ว่าจะเป็น ผ้าซิ่นไทยพวน โม่หิน ถังต้มกาแฟโบราณอุปกรณ์ทำการเกษตร เครื่องมือทอผ้า เป็นต้น

          ขณะเดียวกันเมื่ออิ่มเอมความรู้ท้องถิ่นภายในพิพิธภัณฑ์แล้วบริเวณวัดฝั่งคลองยังมีกิจกรรมความสุขพร้อมเสิร์ฟนักท่องเที่ยวมากมาย อาทิเช่น ชมการทอผ้าพื้นเมืองการผลิตไข่เค็มสูตรใบเตยหอมของกลุ่มชาวบ้านรวมทั้งทริปท่องชุมชนพื้นบ้านไทยพวนวัดฝั่งคลองที่ยังคงรวมตัวกันอนุรักษ์ความเป็นอยู่ดั้งเดิมของตนเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

 
 

พุทธสถานจีเต็กลิ้ม

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

 
   
 

         ตามรอยศรัทธาไทย-จีนผ่านพุทธสถานที่ผสมผสานสองวัฒนธรรมและความเชื่อไว้ด้วยกันอย่างลงตัวบนพื้นที่กว่า 250 ไร่ได้รับการเนรมิตสู่การเป็นศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน ซึ่งอลังการด้วยงานสถาปัตยกรรมจีนท่ามกลางบรรยากาศภายในที่ไม่เพียงแวดล้อมด้วยธรรมชาติเท่านั้น หากผู้มาเยือนยังได้สักการะเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ย ปางเศรษฐีชัมภลหรือที่รู้จักกันดีว่าปางมหาราช หล่อด้วยโลหะ ขนาดฐานกว้าง 2 เมตร และมีลักษณะสมบูรณ์น่าเลื่อมใสยิ่งนักชาวไทยและจีนพากันเชื่อว่าเทพเจ้าองค์นี้เป็นผู้ที่ให้คุณทางด้านโชคลาภ ทรัพย์สมบัติ โดยเฉพาะผู้ทำมาค้าขายควรหาโอกาสแวะไปสักการะสักครั้ง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันทางพุทธสถานได้แกะสลักเทพเจ้าแห่งโชคลาภองค์เดียวกันนี้ขึ้นอีกครั้ง โดยใช้หยกเขียวน้ำหนักกว่า 1,000 กิโลกรัมที่ถือว่าเป็นเทพเจ้าแกะสลักจากหยกเขียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

          นอกจากการสักการะเทพเจ้าองค์ดังกล่าวแล้วบริเวณภายในพุทธสถานยังประดิษฐานรูปหล่อ พระโพธิสัตว์กวนอิม พระศรีอริยเมตตรัย พระอวโลกิเตศวรพันกร เทพเจ้ากวนอูและเทพเจ้าตามคติความเชื่อต่างๆของชาวจีน นอกจากนี้คุณจะได้พบ กับวิหารต่างๆที่สวยงามและอิ่มเอมด้วยคุณค่าทางจิตใจ อาทิเช่น วิหารฟ้าดิน (ทีกง) เพื่อกราบไหว้ฟ้าดิน รำลึกถึงบุญคุณของธรรมชาติ วิหารเทพเจ้าแห่งโชคลาภ วิหารนพเคราะห์ชันษาไภสัชคุรุราชา วิหารพระมหาโพธิสัตว์กวนอิม วิหารเทพสถิตย์รวมทั้งลานรับพลังฟ้าดินอันเป็นสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรมสำคัญ 

                      ^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

 
 

 

วัดปทุมวงษาวาส

วัด

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

 

วัดปทุมวงษาวาส ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ไฮไลต์ที่น่าชมยิ่งของวัดปทุมวงษาวาสคือพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ในสถูปที่มีเสาอโศกทำจากหินหยกตามศิลปะแบบอินเดีย นอกจากนี้ อย่าลืมแวะชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นไทยพวนเรียนรู้วิถีชีวิตของชนกลุ่มนี้ผ่านข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ พร้อมกับเลือกซื้อผ้าทอสไตล์ไทยพวนจากฝีมือชาวบ้าน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสรรค์งานศิลป์บนผืนผ้าเพื่ออนุรักษ์ความเป็นท้องถิ่นเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอลายโบราณลายมัดหมี่และผ้าขาวม้าไว้สำหรับสวมใส่ในวันสบายๆ

 
   

วัดป่าศรีถาวรนิมิต

วัด

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

 

 

        ก้าวเข้าสู่โลกแห่งความสงบงามทางจิตใจที่รายล้อมด้วยภูเขาน้อยใหญ่ภายในวัดป่าศรีถาวรนิมิตซึ่งเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครนายกแห่งที่ 1 อยู่ในความอุปถัมภ์ของมูลนิธิถาวรจิตตถาวโรวงศ์มาลัย อาณาบริเวณวัดแห่งนี้มีพื้นที่มากถึง 300 ไร่ในบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่น เป็นที่ตั้งของกุฏิปฏิบัติธรรม นับร้อยหลัง ไว้อำนวยความสะดวกให้แก่อุบาสกอุบาสิกา รวมทั้งภิกษุและสามเณรที่สนใจปฏิบัติธรรมทั้งยังมีเจดีย์หลวง กุฏิใจดี ศาลาฟังธรรมเฉลิมพระเกียรติ มณฑปถาวรธรรม ศาลากระต่ายชมจันทร์ โรงกรองน้ำดื่ม โรงเรียนถาวรนิมิต สถานีวิทยุธรรมะชุมชนซึ่งนำเสนอความรู้ด้านธรรมะเผยแพร่สู่ชุมชน

        นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ต่างๆให้เยี่ยมชม อาทิเช่น โครงการเมืองสหกรณ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ได้เสด็จมายังวัดเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2537 และได้รับสั่งก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีเสียด โครงการการทำสวนปลูกผักปลอดสารพิษและนาข้าวในระบบเกษตรธรรมชาติไว้ให้ผู้สนใจได้เยี่ยมชมกันอีกด้วย

 
  รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

วัดพราหมณี

วัด

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

 

เพราะความศักดิ์สิทธิ์ของ “หลวงพ่อปากแดง” นั่นเองที่ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาเยือนวัดพราหมณีกันอย่างล้นหลาม ทั้งนี้หลวงพ่อปากแดงนั้นเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ ทรงเครื่องดอกพิกุล มีพระโอษฐ์แดง อันเป็นที่มาของชื่อ หลวงพ่อปากแดงนั่นเอง กล่าวกันว่าในอดีตชาวลาวอพยพได้อัญเชิญพระพุทธรูป องค์นี้มาจากนครเวียงจันทน์และในที่สุดก็กลายเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาของผู้คนในท้องถิ่นนับจากวันนั้นจนวันนี้

 

 

วัดใหญ่ทักขิณาราม

 

วัดสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

 

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วัดใหญ่ทักขิณาราม จ.นครนายก

วัดใหญ่ทักขิณารามตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครนายก ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ชมความคลาสสิกที่ยังคงยืนยงท้าทายกาลเวลาจากวัดใหญ่ทักขิณาราม ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนครนายก ไฮไลต์ของวัดนี้อยู่ที่พระอุโบสถหลังเก่าที่ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว โดยอุโบสถหลังนี้มีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 10.15 เมตร และสูง 10 เมตร สร้างโดยฝีมือช่างชาวเวียงจันทน์ ตัวพระอุโบสถเป็นเครื่องไม้ มุงกระเบื้อง ก่ออิฐถือปูน บานประตูเป็นไม้แกะสลัก รอบด้านขวามือเป็นรูปยักษ์ถือกระบองชูขึ้นและเท้าเอว หน้าบันไดแกะสลักเป็นรูปเทพพนม ส่วนกำแพงแก้วมีซุ้มประตูโค้งแบบศิลปะตะวันออกด้านนอกกำแพงแก้วฝั่งทิศตะวันตกมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองแบบทรงเครื่องซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนให้วัดใหญ่ทักขิณารามแห่งนี้เป็นโบราณสถาน โดยร่วมมือกับทางวัดทำการบูรณะอุโบสถให้กลับมามีสภาพดี

เช่นเดิม

ตำนานวัดใหญ่ทักขินาราม

ประวัติวัดแห่งนี้ได้รับการอ้างอิงโดยหนังสือพระพุทธศาสนาในเอเชียโดยพระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตโต) ระบุไว้ว่า เมื่อเกิดสงครามลาวกับฝรั่งเศส สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้กวาดต้อนประชาชน ชาวเวียงจันทน์ อพยพลงมาทางใต้ของประเทศไทย และตัดสินใจลงหลักปักฐานในสถานที่ปัจจุบัน ซึ่งก็คืออำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยเรียกกันในสมัยนั้นว่า “หมู่บ้านลาว” มีสมาชิกอยู่ประมาณ 300-400 หลังคาเรือนและได้ช่วยกันสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นในปีพุทธศักราช 2323 แต่เดิมเรียก “วัดใหญ่ลาว” ต่อมาในปีพุทธศักราช 2484 ได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดใหญ่ทักขิณาราม” และใช้กันมาจนถึงปัจจุบันนี้

 
 

ศาลหลักเมือง

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

 

 

มาเยือนนครนายกทั้งทีควรเริ่มต้นทริปดีๆ ครั้งนี้ด้วยการแวะไปสักการะศาลหลักเมืองประจำจังหวัดซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองและเป็นที่เคารพของประชาชนชาวนครนายกมายาวนาน โดยหลักเมืองของนครนายกนั้น มีลักษณะเป็นเสาไม้ยาว 1 เมตรเศษ ด้านปลายเสาแกะสลักเป็นรูปดอกบัว ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาจตุรมุขเดิมทีตั้งอยู่บริเวณกำแพงเมืองเก่า แต่ต่อมาในปีพ.ศ.2453 ตัวศาลหลักเมืองเกิดความชำรุดทรุดโทรมลง จนน่าใจหาย ทางราชการจึงเห็นควรให้ย้ายไปสร้างขึ้นใหม่ที่ตึกแดง โรงเรียนศรีนครนายก อันเป็นโรงเรียน สตรีประจำจังหวัดและสุดท้ายได้ย้ายมาสร้างใหม่ อีกครั้ง ณ ริมแม่น้ำนครนายก โดยอยู่ภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 ใกล้กับโรงแรมกอบเกื้อพาเลซ

 
 

ที่มาของศาลหลักเมือง ตามคติความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์นั้น ก่อนสร้างเมืองใดๆขึ้นมาจะต้องทำพิธียกเสาหลักเมืองใน จุดที่เป็นชัยภูมิสำคัญเพื่อเสริมสิริมงคลแก่บ้านเมืองนั้น และนี่จึงเป็นที่มาของการสร้างศาลหลักเมืองขึ้น อันเป็นสถาปัตยกรรมสำคัญที่พบทุกจังหวัดในประเทศไทยและหลักเมืองโดยส่วนใหญ่มักทำขึ้นจากไม้มงคล เช่น ชัยพฤกษ์ ราชพฤกษ์ มีปลายยอดเป็นดอกบัวตูมหรือหน้าเทวดา บางแห่งอาจเป็นหลักหินโบราณ หรือ ใบเสมาโบราณ สำหรับตัวศาลที่สร้างครอบหลักเมืองไว้ นิยมสร้างเป็นศาลาจตุรมุขทรงไทยมีประตูทั้งสี่ด้านยอดอาจเป็นแบบปรางค์ แบบปราสาท แบบมณฑปหรือเป็นศาลเจ้าแบบจีนตามศรัทธาท้องถิ่นและมักมีองค์ประธานศาลเจ้าเป็นเทวรูปไม้หรือศิลาที่เรียกกันว่า เจ้าพ่อหลักเมือง หรือเจ้าแม่หลักเมืองอีกด้วย

ปัจจุบันศาลหลักเมืองของไทยมักตั้งอยู่ใจกลางตัวจังหวัดนั้นหรือไม่ก็หน้าศาลากลางจังหวัด ขณะเดียวกันเราอาจพบศาลหลักเมืองได้ในบางอำเภอซึ่งเคยเป็นเมืองเก่ามาก่อนแล้วถูกลดฐานะลงเป็นอำเภอในภายหลัง

 
 

ศาลเจ้าพ่อองครักษ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

ไม่เพียงเป็นศาลเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองนครนายกมายาวนานนับร้อยปีเท่านั้น หากยังเป็นที่มาของชื่ออำเภอองครักษ์ด้วยเช่นกัน ศาลเจ้าพ่อองครักษ์แห่งนี้เป็นเสมือนที่พึ่งทางใจของชาวนครนายก รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่แวะเวียนมาสักการะเป็นประจำอยู่เสมอ ปัจจุบันศาลเจ้าพ่อองครักษ์ได้รับการบูรณะให้มีความงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมจีนที่เน้นความโอ่โถงกว้างขวางยิ่งขึ้นและหากมาเยือนเมืองนครนายกแล้วควรหาโอกาสแวะมากราบไหว้ขอพรอธิษฐานขอให้เจ้าพ่อองครักษ์นำพาชีวิตก้าวไปบนเส้นทางแห่งความสำเร็จจะทำสิ่งใดก็ขอให้แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง

ย้อนเวลาไปหาอดีต จากหนังสือวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดนครนายก ซึ่งเผยแพร่โดยกรมศิลปากรนั้นได้ระบุถึงการสร้างศาลเจ้าพ่อองครักษ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสโดยเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ไปยังจังหวัดปราจีนบุรีได้เสด็จผ่านมาตามแม่น้ำนครนายกและประทับแรม ณ บริเวณริมแม่น้ำนครนายกซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลในปัจจุบัน ระหว่างที่ประทับอยู่นั้น ได้เกิดเหตุนายทหารราชองครักษ์ป่วยและถึงแก่กรรมลงจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งศาลขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ ด้วยเหตุที่บริเวณหน้าศาลเป็นวังน้ำวน กระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก ชาวบ้านพากันเชื่อว่ามีจระเข้ เจ้าพ่อองครักษ์อาศัยอยู่ หากจะนำเรือผ่านต้องทำพิธีเซ่นไหว้ด้วยมะพร้าวอ่อนเสียก่อนจึงจะสามารถผ่านไปได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้น้ำบริเวณนั้นยังถือกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์จึงได้มีการนำน้ำจากที่นี่ไปเข้าพิธีพุทธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน

 
 

หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ คลอง 15

หมู่บ้าน ชุมชน

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

ชมและช็อปในตลาดดอกไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยบนพื้นที่สองฟากฝั่งถนนคลอง 15 หนาแน่นด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด ซึ่งตลอดระยะทางกว่า 8 กิโลเมตรคือสถานที่ที่ละลานตาด้วยพืชพรรณ นานาชนิดทั้งไม้ดอกและไม้ประดับ พืชผักสวนครัว สมุนไพรไทร สวนไม้หอม สวนไม้มงคลและอีกมากมายที่สามารถละลายเวลาของคนรักสีสันในพันธุ์ไม้ได้ทั้งวันเลยทีเดียว ส่วนใครที่อยากเลือกซื้ออุปกรณ์หรือวัสดุปลูกต่างๆ สำหรับต้นไม้ที่บ้าน ควรแวะไปที่ศูนย์สาธิตการตลาด หมู่ 11 ที่ตั้งอยู่ในที่ทำการกลุ่มแม่บ้าน เกษตรกรสันติธรรมสามัคคี ที่นี่เต็มไปด้วยวัสดุเพาะชำไม้ในราคาขายส่ง นอกจากนี้กลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีตลอดถนนสายริมคลอง 15 จะมีการจัดงานมหกรรมไม้ดอก-ไม้ประดับ ที่อัดแน่นด้วยความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้ต่างๆ การจัดสวนหย่อมรวมทั้งการจัดประกวดไม้ดอกไม้ประดับให้ผู้สนใจได้เรียนรู้กันอย่างอิ่มเอม

 
 

อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

ชมความสวยงามของอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่อุดมด้วยน้ำธรรมชาติตลอดทั้งปี ที่นี่จึงเหมาะสำหรับการมาเยือน เพื่อพักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันสุดสัปดาห์ที่ปรารถนาความผ่อนคลายทิวทัศน์แห่งผืนน้ำได้สูดอากาศบริสุทธิ์เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

 
 

อุทยานพระพิฆเณศ

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

 

ไฮไลต์ของอุทยานแห่งนี้คือการได้สักการะองค์พระพิฆเณศปางประทานพรและปางไสยาสน์องค์ใหญ่เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต ส่วนผู้ที่สนใจเรียนรู้เรื่องราวของเทพเจ้าแห่งความสำเร็จองค์นี้ ต้องแวะชมพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวม พระพิฆเณศจำนวน 108 ปางได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย

 
 

อุทยานวังตะไคร้

น้ำตก

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

ชมไม้ดอกไม้ประดับนานาพรรณในพื้นที่กว้างขวางถึง 1,500 ไร่ ที่ถูกนำมาประดับอย่างสวยงาม ภายในอุทยานแห่งนี้ ที่นี่เกิดขึ้นจากพระปณิธานของกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิจและหม่อมราชวงศ์หญิงพันธุ์ทิพย์บริพัตร เพื่อหวังให้เป็นสถานที่บ่มเพาะความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ และได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมได้เมื่อปีพ.ศ. 2505 โดยภายในบริเวณนั้น นอกจากจะได้ดื่มด่ำความงดงามของไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายชนิดแล้ว ยังได้เรียนรู้เสน่ห์ของบ้านไทย โบราณหลายหลัง อาทิ บ้านธารทิพย์ บ้านแก่ง บ้านเกาะ บ้านใหญ่ ฯลฯ ซึ่งสร้างขึ้นในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับตำหนักของพระองค์ท่าน โดยยึดหลักการเลือกใช้วัสดุไม้และหินน้ำตกเพื่อให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม

รู้ก่อนเที่ยว

• สามารถนำรถยนต์เข้าไปชมบริเวณภายในได้

• ต้องเสียค่าผ่านประตูดังนี้ รถทุกประเภท คันละ 250 บาท ผู้โดยสารเกิน 8 คน คิดเพิ่มคนละ 10 บาท ส่วนรถจักรยานยนต์ต้องจอดไว้บริเวณหน้าทางเข้า เสียค่าจอดรถคันละ 10 บาท และค่าบัตรผ่านประตูคนละ 10 บาท

 
 

เขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนคลองท่าด่าน)

เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยวรูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

จากน้ำพระราชหฤทัยอันยิ่งใหญ่สู่แนวพระราชดำริเพื่อบรรเทาทุกข์แก่ราษฎร เขื่อนคอนกรีตบดอัดยาวที่สุดในโลกแห่งนี้จึงเกิดขึ้นมาเพื่อช่วยจัดสรรทรัพยากรน้ำให้แก่ชาวนครนายกและจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ด้วยความยาวของเขื่อนที่มีมากถึง 2,594 เมตร สูง 93 เมตร และจุน้ำได้ 224 ลูกบาศก์เมตร เขื่อนขุนด่านปราการชลจึงมีคุณประโยชน์นานัปการและยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวนครนายกภาคภูมิใจเป็นที่สุด บริเวณด้านหน้าเขื่อน คุณจะได้รื่นรมย์กับทิวทัศน์ของทะเลสาบกลางผืนป่าสีเขียวอันอุดมสมบูรณ์ ส่วนด้านหลังเขื่อนคือถิ่นอาศัยของชาวบ้านที่จะทำให้เพลิดเพลินไปกับวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของพวกเขา

          นอกจากนี้บริเวณเขื่อนยังมีกิจกรรมอีกมากมายให้เลือกตามใจชอบ อาทิเช่น ล่องแก่งลำน้ำนครนายกที่สามารถเล่นได้ตลอดทั้งปี ชมพันธุ์ไม้นานาชนิด พร้อมกับเรียนรู้เรื่อง การสร้างเขื่อนภายในพิพิธภัณฑ์ขุนด่านปราการชลตลอดจนชมอาคารที่ประทับเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา

 
 

เมืองโบราณดงละคร

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

 

ย้อนรอยกาลเวลากลับไปสู่ความรุ่งเรืองในสมัยทวารวดีและขอม ผ่านเนินดินขนาด 6 ตารางกิโลเมตร ที่เรียกกันว่า “เนินดงละคร” หรือชื่อเดิมคือ “เมืองลับแล” เนินดินแห่งนี้มีเมืองโบราณซ่อนตัวอยู่ภายใน มีลักษณะเป็นรูปไข่ที่อยู่ค่อนไปทางทิศตะวันตกของเนินมีคันดินดั่งกำแพงสองชั้นที่ชาวบ้านเรียกว่า “สันคูเมือง” เมืองนี้ยังมีคูน้ำล้อมรอบอันเป็นลักษณะที่พบได้ทั่วไปในสมัยทวารวดี สำหรับเมืองโบราณดงละครแห่งนี้ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 และมีการสันนิษฐานว่าในอดีตที่นี่น่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นปกครอง ส่วนประชาชนทั่วไปอาจอาศัยกระจัดกระจายบริเวณที่ลุ่มรอบเมือง

         ทั้งนี้ เมืองโบราณดงละคร มียุคสมัยที่รุ่งเรืองซึ่งสามารถแบ่งได้ อย่างเด่นชัดเป็นสองช่วงด้วยกัน ได้แก่ ช่วงแรกเริ่มพุทธศตวรรษที่ 14-16 เป็นวัฒนธรรมแบบทวารวดีและช่วงที่สองราวพุทธศตวรรษที่ 17-19 เป็นวัฒนธรรมขอมและวัฒนธรรมก่อนอยุธยาในพุทธศตวรรษที่ 19 ซึ่งชาวบ้านดงละครอาจอพยพไปตั้งถิ่นฐาน ตามลำน้ำสายหลักในจังหวัดนครนายก อีกทั้งยังมีการสันนิษฐานว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเมืองศรีมโหสถ ที่จังหวัดปราจีนบุรี เพราะเมืองทั้งสองอยู่ห่างกันเพียง 55 กิโลเมตรเท่านั้นเอง โดยโบราณวัตถุที่ค้นพบนั้น ได้แก่ เศษภาชนะดินเผา ภาชนะเคลือบสีฟ้า ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน เบี้ยดินเผา แผ่นตะกั่ว ตุ้มหูสัมฤทธิ์ แผ่นทองคำ เศียรพระพุทธรูปกะไหล่ทอง สถูปศิลาแลง แหวนสัมฤทธิ์และกำไลสัมฤทธิ์ 

 

 
 

ตำนานแห่งดงละคร มีตำนานเล่าว่า เมืองนี้เคยเป็นเมืองของราชินีขอมที่ไม่มีใครสามารถเข้าออกได้และประกอบกับลักษณะของบริเวณเมืองมีต้นไม้สูงปกคลุมอยู่ทั่วไป ใครก็ตามที่เข้าไปแล้วอาจหาทางออกไม่ได้ จะต้องวนเวียนอยู่ในดงนั้นนั่นเอง นอกจากนี้ ในวันโกน วันพระ จะได้ยินเสียง กระจับปี่ ซอ ปี่พาทย์ มโหรีขับกล่อมคล้ายกับมีการเล่นละครในวัง ชาวบ้านจึงพาเรียกกันว่า “ดงละคร” หรืออีกนัยหนึ่งคำว่า “ดงละคร” อาจเพี้ยนมาจาก “ดงนคร” นั่นเอง

 
 

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมผจญภัย

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

 
  ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นครนายก  
 

คงไม่มีนายทหารสัญญาบัตรแห่งกองทัพไทยไม่รู้จักที่แห่งนี้ เพราะทุกคนต้องเข้ารับการศึกษา ณ โรงเรียน นายร้อยพระจุลจอมเกล้าแห่งนี้ ก่อนออกไป ทำหน้าที่รับใช้ชาติบ้านเมืองและไม่เพียงเป็นสถานที่ผลิตบุคลากร ของกองทัพเท่านั้น หากยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของนครนายกที่ผู้มาเยือนไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะภายในพื้นที่ 19,290 ไร่แห่งนี้เต็มไปด้วยสถานที่น่าสนใจที่มาพร้อมกิจกรรมความสนุกนานาชนิด

ไฮไลต์น่าชม

• สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานกำเนิด โรงเรียนอันทรงคุณค่าแห่งนี้ โดยประดิษฐานอยู่หน้ากองบัญชาการ พระบรมรูปนั้นอยู่ในฉลองพระองค์ เครื่องแบบจอมทัพไทยแห่งกองทัพบกเต็มยศ ประทับเหนือพระราชอาสน์

• ศาลาวงกลม หรือ ศาลาลม ที่จอมพลสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานารถทรงดำริให้จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของนักเรียนนายร้อย และยังเป็นที่ประดิษฐาน พระบรมรูปรัชกาลที่ 5 อีกด้วย

• อาคารพิพิธภัณฑ์ 100 ปี ที่ที่คุณจะได้เรียนรู้เรื่องราวของกองทัพไทย ผ่านนิทรรศการการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์สงครามในอดีต เครื่องแบบนายทหารของกองทัพ ห้องชมสไลด์มัลติวิชั่นที่บรรยายเรื่องราวและประวัติความเป็นมาของโรงเรียน รวมทั้งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งรัชกาลที่ 5 ที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.30-16.00 น. เสียค่าเข้าชมคนละ 10 บาท

• ศาลเจ้าพ่อขุนด่านอันเป็นที่เคารพของประชาชนทั่วไป ตามประวัติเล่าว่าท่านคือนายด่าน เมืองนครนายกสมัยอยุธยา เมื่อปีพ.ศ.2130 ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่มีศึกสงครามระหว่าง ไทยกับพม่ามาอย่างยาวนาน และเขมรได้เข้ามารุกรานพร้อมกับกวาดต้อนผู้คน จนในที่สุดขุนด่านได้ รวบรวมไพร่พลและสามารถขับไล่เขมรออกจากนครนายกได้สำเร็จในที่สุด นอกจากนี้ ในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 ยังมีเรื่องเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าพ่อขุนด่าน ที่ถูกกองทัพญี่ปุ่นในสมัยนั้นรื้อถอนและ เป็นเหตุให้ทหารญี่ปุ่นล้มตายเป็นจำนวนมาก

• พระพุทธฉายที่น่าตื่นตาด้วยภาพเขียนสีบนชะโงกผาของภูเขาเตี้ยๆ สำหรับพระพุทธฉาย นี้ไม่ปรากฏที่มา มีเพียงประวัติระบุไว้ว่าในปี พ.ศ.2485 กรมแผนที่ทหารบกได้เข้าไปตั้งโรงงานหินอ่อน บริเวณเชิงเขา และพบรอยพระพุทธรูปจึงได้มีการเขียนตามรอยทับลงไปเพื่อให้ดูชัดเจนขึ้นกว่าเดิม และนับแต่นั้นที่นี่ก็กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือมาโดยตลอด ทุกกลางเดือน 3 จะมีการจัดงานนมัสการเป็นประจำทุกปี และถ้าหากเดินไปทางด้านหลัง คุณจะพบ “น้ำตกพระฉาย” น้ำตกเล็กๆ ไหลลงมาจากหน้าผาสูง 30 เมตรสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างที่สามารถลงเล่นน้ำได้

กิจกรรมน่าทำ

• ปั่นจักรยานชมอาณาบริเวณรอบโรงเรียน โดยสามารถเช่าจักรยานได้ที่ศูนย์บริการท่องเที่ยว

• สนุกกับหลากหลายกิจกรรมเชิงผจญภัย อาทิเช่น ไต่หน้าผาจำลอง กระโดดหอสูง 34 ฟุต ยิงปืนบีบีกัน และประลองความแม่นยำกับปืนจริง เล่นเลื่อนข้ามลำน้ำ พายเรือคายัค

สิ่งอำนวยความสะดวก

• บริการห้องพัก ห้องประชุมสัมมนา ค่ายเยาวชน ห้องคาราโอเกะ สนามกอล์ฟ สนามยิงปืน

รู้ก่อนเที่ยว

• ควรติดต่อศูนย์บริการท่องเที่ยวโรงเรียนนายร้อย จปร. ก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับ กิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ ภายใน

• สำหรับบริษัทต่างๆ ที่สนใจ ที่นี่ยังรับจัดอบรมสัมมนาเป็นหมู่คณะ จัดกิจกรรมละลายพฤติกรรมเพื่อกระชับความสัมพันธ์ภายในองค์กรและบริการที่พัก อาหาร โดยต้องติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน  เปิดตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น

 
 

#ขอบคุณข้อมูลและภาพทั้งหมดจาก เว็ปไซด์ ททท.

#เที่ยวกับAKสนุก,ประหยัด,คุ้มค่า,สะดวก,จริงใจ

#ทำเรื่องเที่ยวให้เป็นเรื่องง่าย ใครก็เที่ยวได้เที่ยวกับเราสิคะAK

#AK  

   
       

 

โครงการพิเศษสำหรับสมาชิก

eae 04

     
 AKM    บัตร AK HOTELS RED OK s
 A K Hotels Exclusive Club     AK Hotels Privilege Club

 eae 04

     
  logo akmtravel  
       
แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว กรุงเทพมหานครฯ
แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว เชียงราย
แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว เชียงใหม่
แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว แม่ฮ่องสอน
ส่วนลด สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ
ส่วนลด บริการรถเช่า
ส่วนลด ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระเจ้า
ส่วนลด สนามกอล์ฟ
ส่วนลด สปา
ส่วนลด บริการสำรองตั๋วเครืองบิน
A K Hotels Exclusive Club
A K Hotels Privilege Club
AK Reward Point
Review Up Point
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า Trustmarkthai
ttt 2

จำนวนผู้เข้าชม

6447302
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1098
4342
10097
6405699
135783
387053
6447302

Your IP: 35.172.100.232
thUTCTue, 24 Sep 2019 08:54:28 +0000vUTCTue, 24 Sep 2019 08:54:28 +0000 UTC5409UTC: %2019-%09-%24 %08:%Sep:%th